“เปเป้”ปลื้มเบซิคตัสลิ่วเข้ารอบน็อคเอาต์ชปล.

เปเป้เซนเตอร์แบ็คตัวหลักของเบซิคตัสรู้สึกยินดีที่ต้นสังกัดผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ลีกแล้ว หลังเปิดบ้านยันเสมอเอฟซี ปอร์โต้ 1-1
ผลจากการเสมอกับปอร์โต้ 1-1 ทำให้เบซิคตัสคว้าตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะแชมป์กลุ่มอีแน่นอนแล้ว โดยมี 11 แต้มจาก 5 นัด ขณะที่ปอร์โต้ที่ 2 มี 7 แต้ม
“เราผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก เบซิคตัสสมควรได้รับการแสดงความยินดี”
“เรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเกมที่ยากในการเจอกับปอร์โต้ ซึ่งถือเป็นทีมที่มีแนวรับแกร่งมาก แต่เราคอนโทรลเกมได้และสุดท้ายก็ได้ฉลองการเข้ารอบต่อหน้าแฟนบอล”

“คล็อปป์”เซ็งแข้งหงส์ติดประมาททำเจ๊าเซบีญ่า

เยอร์เก้น คล็อปป์ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลตำหนิลูกทีมที่เล่นกันแบบตายใจเกินไปจนเปิดช่องให้เซบีญ่าไล่ตีเสมอ 3-3 ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อวันอังคาร
“หงส์แดง”นำก่อน 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก แต่ไปผ่อนเกมในช่วงครึ่งหลังจนถูกเซบีญ่ายิงตีเสมอ 3-3 เก็บเพิ่มเป็น 9 คะแนนจาก 5 นัด หากไม่พลาดท่าแพ้สปาร์ตัก มอสโก ในนัดสุดท้ายและเซบีญ่าชนะมาริบอร์ พวกเขาก็จะได้ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์
“ครึ่งหลังเราไปหยุดเล่นกันเอง ที่จริงเรามีอาวุธที่เด็ดขาดอยู่แล้ว นั่นคือการเล่นฟุตบอล แต่เราไม่ได้ทำอย่างนั้นก่อนะมาเสียลูกที่สอง มันโอเคที่เราจะมีความมั่นใจกันหลังจากทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในครึ่งแรก แต่ปัญหาคือเราไปหยุดเล่นกันเอง”
“ความผิดพลาดหลักของเราคือช่วง 15 นาทีที่เราไปหยุดเล่นกัน เราเล่นกันแบบเอื่อยเฉื่อยและถอยไปตั้งรับลึกมากเกินไป พวกเขาสู้ได้ดี ก็ต้องชมพวกเขาด้วย มันรู้สึกเหมือนกับว่าเราแพ้ แต่ที่จริงเราไม่ได้แพ้ มันยังเหลือเกมให้เล่นอีก 1 นัดและสถานการณ์ของการเข้ารอบมันยังอยู่ในมือเราเอง แต่ตอนนี้มันรู้สึกแย่มาก”

บทเรียนชั้นดี!”คูตินโญ่”เร้าหงส์เรียนรู้นัดเจ๊าเซบีญ่า

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่เพลย์เมคเกอร์เชิงสูงของลิเวอร์พูลชี้ว่าพวกเขาต้องนำข้อผิดพลาดจากเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่เสมอเซบีญ่า 3-3 มาเป็นบทเรียน
“หงส์แดง”ออกนำในเกมนี้ก่อนถึง 3-0 แต่กลับไปผ่อนเกมในครึ่งหลังจนโดนเจ้าถิ่นเซบีญ่าตีเสมอ 3-3 ซึ่งคูตินโญ่ชี้ว่านี่จะเป็นบทเรียนชั้นดีให้กับทีมของตน
“มันไม่ใช่ผลการแข่งที่ดี เราแทบรู้สึกแบบเดียวกับเวลาที่แพ้เลย เรามีครึ่งแรกที่ยอดเยี่ยมแล้ว แต่ดันผ่อนทุกอย่างลงในครึ่งหลัง ซึ่งเรารู้สึกผิดหวังมาก”
“เราต้องตื่นตัวตลอดเวลา เล่นเต็มร้อย ผมว่าเราต้องเล่นครึ่งหลังให้ได้แบบที่เล่นในครึ่งแรกด้วย เราปล่อยเกมนิดหน่อยและคิดว่านำ 3-0 คงเป็นงานหนักของคู่แข่งในการกลับมา ซึ่งเป็นเรื่องที่บางครั้งก็เกิดขึ้นได้ในการเล่นฟุตบอล”

แพ้บาเซิ่ลแล้วไง!?”คีน”มั่นใจผีปีนี้ได้ลุ้นแชมป์ยุโรป

รอย คีนตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมั่นใจว่าสโมสรมีโอกาสลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกซีซั่นนี้ แม้ล่าสุดเพิ่งออกไปแพ้บาเซิ่ล 1-0 ก็ตาม
โชเซ่ มูรินโญ่กุนซือ”ปีศาจแดง”โรเตชั่นนักเตะจนแพ้บาเซิ่ล 1-0 แต่คีนไม่ซีเรียสกับผลการแข่งขันนัดนี้ แถมยังเชื่อมั่นว่าทีมมีโอกาสหยิบแชมป์รายการนี้ได้
“มันเป็นการแข่งขันที่พวกเขาปล่อยให้หลุดมือไป แต่ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล ข้อดีข้อใหญ่ของแมนฯยูคือฟอร์มพวกเขาแจ่มมากจนสามารถปล่อยเกมคืนนี้พลาดไปได้
“มีนักเตะ 5-6 คนในทีมชุดนี้ที่ไม่น่าติดขุมกำลังที่แกร่งที่สุด พวกเขาจะต่อสู้แย่งแชมป์รายการนี้ได้แน่ ไม่ต้องสงสัยเลย”

กำลังได้ใจ “กรีซมันน์” สุดมั่นขอพาหมีตบสิงห์ผ่านเข้ารอบยูซีแอล

    

สำหรับศึกยูฟา แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายนั้น มีหลาย ๆ ทีมที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลุ้นทำแต้มเพื่อให้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน
และในกลุ่ม C ที่มี เชลซี, โรมา, แอตเลติโก มาดริด และ คาราบัค นั้นก็กำลังมีการขับเคี่ยวกันอย่างสุดชีวิตเพื่อแย่งอันดับ 2 กันระหว่างทีมตราหมีจากสเปน และ หมาป่ากรุงโรม จาก อิตาลี
โดยเกมนัดสุดท้าย แอตฯ มาดริด ที่รั้งอันดับ 3 มี 6 คะแนน จะต้องเอาชนะจ่าฝูง เชลซี ที่ผ่านเข้ารอบไปแล้วให้ได้เท่านั้น แถมยังต้องไปแอบลุ้นให้ โรมา (อันดับ 2 มี 8 คะแนน) แพ้ให้กับสมันน้อยจาก อาเซอร์ไบจาน อีกด้วยถึงจะแซงขึ้นไปแทนตำแหน่งกันได้เท่านั้น
ส่งผลให้ อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าซูเปอร์สตาร์จากถิ่นกัลเดรอน ต้องออกมาปลุกใจเพื่อนฝูงกันล่วงหน้าเป็นสัปดาห์เลยว่าเราต้องสู้ ต้องสู้ถึงจะชนะ !!
“เราจะลุยไปจนสุดแรง ใส่เต็มไปจนถึงวินาทีสุดท้าย เพราะชัยชนะในเกมกับ เชลซี คือกุญแจสำคัญที่สุด แล้วจากนั้นค่อยมาลุ้นกับผลคู่อื่น ๆ ต่อ” กรีซมันน์ กล่าว
“เกมกับ เชลซี มันจะต้องเยี่ยมยอดมากแน่ และผมเชื่อว่า แอตฯ มาดริด จะบุกไปชนะได้”

ป้องลูกน้อง ! คล็อปป์ลั่นอย่าด่าโมเรโน่หลังโดนเซบีย่าไล่ตีเสมอ 3-3

เยอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ไม่โทษ อัลแบร์โต โมเรโน ในเกมเจอ กับ เซบียา แม้จะมีส่วนสำคัญในการเสียสองประตูจนทีมเสมอ 3-3 ก็ตาม
“ผมได้คุยกับ อัลแบร์โต แล้ว และเขาก็ไม่ใช่นักเตะที่จะต้องโดนประนาม ผมต่างหากที่ต้องรับผิดชอบคนเดียวเต็มๆ 100 เปอร์เซ็น” กุนซือชาวเยอรมนี กล่าวก่อนเกมเจอ เชลซี
“มันมีนักเตะมากมายที่เขารู้จักใน เซบียา และแค่พูดคำว่า ‘สวัสดี’ มันก็อาจทำให้สมาธิเขาหลุดลงไปบ้างซัก 1,2 หรือ 3 เปอร์เซ็นแล้ว”
“แน่นอนว่าลูกจุดโทษเสียเพราะ อัลแบร์โต เช่นเดียวกันกับฟรีคิกลูกแรก แต่เขาเองก็ไม่ต้องรับผิดชอบคนเดียวหรือเปล่า? เพราะจังหวะก่อนหน้านี้จริงๆ เราก็ไม่ควรจ่ายกลับหลัง”
“แน่นอนว่าการจัดทีมครั้งหน้าผมก็จะพิจารณาอีกที และอาจจะเลือกเปลี่ยนอะไรบ้างแต่เนิ่นๆ อย่างไรก็ตามผมก็บอก อัลแบร์โต ไปแล้วว่ายังเชื่อมั่นในตัวเขา 100%”

บาร์ซา ส่งสำรองถล่มสมันไม่เลี้ยงศึก โกปา เดลเรย์

บาร์เซโลนา แชมป์เก่า โกปา เดล เรย์ จัดการฝัง รีล มูร์เซีย อย่างขาดลอยโดยเปิดบ้านถล่มยับ 5-0 ก่อนเข้ารอบด้วยประตูรวม 8-0 คืนวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

โกปา เดล เรย์
บาร์เซโลนา 5-0 รีล มูร์เซีย
(บาร์ซา เข้ารอบด้วยประตูรวม 8-0)

เกมนัดสองของรอบสี่ บาร์เซโลนา แชมป์เก่า เปิดรัง คัมป์ นู เจอกับ รีล มูเซีย ทีมจาก เซกุนดา เบ โดยนัดแรกที่เจอกัน “เจ้าบุญทุ่ม” บุกไปถล่มยับ 3-0 ส่วนนัดนี้ส่งสำรองลงเล่นเป็นหลัก มี อเล็กซ์ วิดัล กับ เคราร์ด เดโลเฟว และ ปาโก อัลคาเซร์ ประสานพลังแนวรุก

เปิดครึ่งแรกมา 5 นาที บาร์ซา หวิดนำก่อน ลูคัส ดีจ์ญ โยนบอลมาให้แล้ว ปาโก อัลคาเซร์ เก็บตกซัดหลุดออกข้าง แต่ นาที 15 เจ้าบุญทุ่ม ก็ปลดล็อกได้สำเร็จ จังหวะบอลลอยหน้าประตูแล้ว ปาโก อัลคาเซร์ ขวิดแบบสายฟ้าแลบเข้าไป 1-0

บาร์เซโลนา ยังเป็นฝ่ายบุกมากกว่า นาที 31 คาร์เลส อาเลน่า เก็บบอลได้นอกเขตโทษแล้วซัดไกลแต่ก็ย้อยข้ามคานไป จากนั้นยังไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่ม จบครึ่งแรกด้วยผลดังกล่าว

ครึ่งหลัง บาร์ซา ได้เม็ดสองตามต้องการ นาที 56 บอลสวนกลับ อเล็กซ์ วิดัล ตบมาเข้ากลางให้ เคราร์ด ปิเก้ จิ้มเบาๆ 2-0 ต่อมา นาที 60 เจ้าบ้านเริงร่าต่อ การประสานงานที่ยอดเยี่ยม เนลสัน เซเมโด ยกบอลลอยให้ อเล็กซ์ วิดัล ขวิดตามน้ำ 3-0

นาที 74 เม็ดสี่ก็ตามมา เซร์จี โรแบร์โต กระดกขึ้นหน้าแล้ว เดนิส ซัวเรซ จับก่อนยิงสวนตัวผู้รักษาประตู 4-0 และ นาที 79 บาร์ซา จัดการตอกฝาโลง โชเซ อาร์เนียส วิ่งพาบอลมาด้านซ้ายแล้วซัดเรียดเสาไกล จบเกม บาร์เซโลน่า ชนะ 5-0 และเข้ารอบด้วยประตูรวม 8-0

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
บาร์เซโลนา - แยสเปอร์ ซิลเลสเซน, โธมัส แฟร์มาเลน, เคราร์ด ปิเก้, ลูคัส ดีจ์ญ, เนลสัน เซเมโด้, คาร์เลส อเลน่า, โอริโอล บุสเกสต์, เดนิส ซัวเรซ, ปาโก อัลคาเซร์, เคราร์ด เดโลเฟว, อเล็กซ์ วิดัล

รีล มูร์เซีย - อเลฮันโดร ซานตอม, ดาวิเด มาทีโอส, เปโดร ออร์ฟิลา, อาเดรียน คาร์ราสโก้, เฟเดริโก เวก้า, เฟร์นานโด ยอเรนเต้, ดาวิด ซานเชซ, ฮวน บราโว, เรนาโต เฟร์เรร่า, อเบล โมลิเนโร, นาดยิบ มอนเตส

ซาลาห์ แรงฉุดไม่อยู่เหมาสองพาหงส์บุกจิกหม้อแตก 3-0

ลิเวอร์พูล กลับมาโชว์ฟอร์มเยี่ยมด้วยการบุกถล่ม สโต๊ค ซิตี ขาดลอย 3-0 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี คว้าชัยในลีกครบ 1 โหลติดต่อกันหลังพังประตูทดเจ็บดับ เซาแธมป์ตัน 2-1

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
สโต๊ค ซิตี 0-3 ลิเวอร์พูล

เกม พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดกลางสัปดาห์ สโต๊ค ซิตี อันดับ 15 มี 13 แต้ม เปิด บริททาเนีย สเตเดียม เจอกับ ลิเวอร์พูล อันดับ 6 มี 23 แต้ม เกมนี้เจ้าบ้านมี เซอร์ดาน ชากิรี กับ ปีเตอร์ เคราช์ เป็นแกนหลักแดนหน้า ส่วน “หงส์แดง” ใช้ ซาดิโอ มาเน่ กับ โรแบร์โต เฟอร์มิโน พังประตู

ครึ่งแรกยังนิ่งๆกันอยู่กระทั่ง นาที 16 ลิเวอร์พูล นำก่อนจนได้ โดมินิค โซลันเก้ ตบบอลเข้าทาง ซาดิโอ มาเน่ ชิปข้ามตัวผู้รักษาประตูนำ 1-0 ถัดมา นาที 25 อเล็กซ์ ออกซ์เลดจ์ แชมเบอร์เลน หลุดขึ้นหน้าและเกือบยิงให้ทีมเยือนได้เม็ดสองแต่ติดเซฟ ลี แกรนท์

นาที 29 สโต๊ค มีลุ้นตีเสมอ ดาร์เรน เฟลทเชอร์ ได้บอลหน้าปากประตูแล้วยิงติดบล็อคบอลเปลี่ยนทิศเกือบเข้าแต่ชนคานก่อน นาที 42 ลิเวอร์พูล ทำหมูหกวืดเม็ดสอง ซาดิโอ มาเน่ หลุดเดี่ยวแล้วแต่ยิงชนเสาออกหลัง จบครึ่งแรกทีมเยือนครองความได้เปรียบนำ 1 เม็ด

ครึ่งหลังโอกาสลุ้นยังมีน้อย ต้องรถึง นาที 68 เป็นทีของ สโต๊ค ปีเตอร์ เคราช์ โหม่งบอลตกพื้นคืนหลังให้ โจ อัลเลน วอลเลย์ใส่ทีมเก่าจ่อๆแต่ข้ามคาน ทว่า นาที 77 ลิเวอร์พูล ได้เม็ดสองตามต้องการ ซาดิโอ มาเน่ จ่ายเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตัวสำรองซัลโวหาย 2-0

นาที 83 ซาลาห์ แผลงฤทธิ์อีกครั้งด้วยการแย่งบอลหน้าประตูแล้วลากหลุดเดี่ยวแปให้ หงส์แดง หนี 3-0 ส่วนท้ายเกม นาที 88 จอร์จินิโอ ไวจ์นาดุม เกือบพังเม็ดสี่ให้ “หงส์แดง” แต่ยิงติดเซฟของ ลี แกรนท์ จบเกม ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 26 แต้ม ขึ้นมาอยู่ที่ 5 แล้ว

ส่วนผลอีกคู่ที่น่าสนใจ แมนเชสเตอร์ ซิตี คว้าชัยชนะ 12 นัดติดต่อกันแบบหวุดหวิด หลังได้ ราฮีม สเตอร์ลิง พังประตูช่วงทดเจ็บ นาที 96 ส่งให้ “เรือใบสีฟ้า” เปิดบ้านเฉือน เซาแธมป์ตัน 2-1 รักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อและเก็บเพิ่มเป็น 37 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สโต๊ค ซิตี - ลี แกรนท์, ไรอัน ชอว์ครอส, บรูโน มาร์ตินส์ อินดี, เคิร์ท ซูมา, โจ อัลเลน, ดาร์เรน เฟลทเชอร์, เอริค ปีเตอร์ส, มาเม่ บิรัม ดิยุฟ, ปีเตอร์ เคราช์, มักซิม ชูโป-โมติง, เซอร์ดาน ชากิรี

ลิเวอร์พูล - ซิมง มิโญเลต์, เดยัน ลอฟเรน, โจเอล มาติป, อัลเบร์โต โมเรโน, โจ โกเมซ, โรแบร์โต เฟอร์มิโน, จอร์จินิโอ ไวจ์นาดุม, เอ็มเร ชาน, โดมินิค โซลันเก้, อเล็กซ์ ออกซ์เลดจ์-แชมเบอร์เลน, ซาดิโอ มาเน่

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

บอร์นมัธ 1-2 เบิร์นลีย์
[0-1 คริส วูด น.37, 0-2 ร็อบบี เบรดี น.65, 1-2 โจชัว คิง น.79]

อาร์เซนอล 5-0 ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์
[1-0 อเล็กซองเดร ลากาแซตต์ น.3, 2-0 โอลิวิเยร์ ชิรูด์ น.68, 3-0 อเล็กซิส ซานเชซ น.69, 4-0 เมซุต โอซิล น.72, 5-0 โอลิวิเยร์ ชิรูด์ น.87]

เชลซี 1-0 สวอนซี ซิตี
[1-0 อันโตนิโอ รูดิเกอร์ น.55]

เอฟเวอร์ตัน 4-0 เวสต์ แอม ยูไนเต็ด
[1-0 เวย์น รูนีย์ น.18, 2-0 เวย์น รูนีย์ น.28, 3-0 เวย์น รูนีย์ น.66, 4-0 แอชลีย์ วิลเลียมส์ น.78]

แมนเชสเตอร์ ซิตี 2-1 เซาแธมป์ตัน
[1-0 เควิน เดอ บรุยน์ น.47, 1-1 โอริโอล โรเมอู น.75, 2-1 ราฮีม สเตอร์ลิง น.96]

คล็อปป์แจงดรอป ซาลาห์ คูตี้ ไม่มีอะไรมากเพราะเชื่อมั่นในทีม

เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เผย มั่นใจเต็มที่ว่า 11 ตัวจริงที่ไม่มี คูตินโญ กับ ซาลาห์ ดีพอที่จะบุกมาชนะ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี้ ได้ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ก่อนจะคว้า 3 แต้มไปในที่สุด

เกมนี้ คลอปป์ ดร็อป ซาลาห์ กับ คูตินโญ เป็นตัวสำรอง โดยรายแรกลงมาในครึ่งหลังก่อนซัด 2 ประตูได้อย่างสวยหรู ทำให้ซีซั่นนี้เขาซัดไปแล้ว 10 ประตูในลีก

คลอปป์ กล่าวว่า “ในช่วงนี้คุณต้องมีความเข้มข้นในเกมของคุณ และคุณจะทำแบบนั้นได้ทุกๆ 3 วัน ถ้าคุณมีการเปลี่ยนแปลง และนั่นคือเหตุผลที่เราทำเช่นนั้น เอาตรงๆ เลยนะ ผมมีความสุขมากกับตัวจริงในนัดนี้ ผมเชื่อว่าเราจะโชว์ฟอร์มที่ดีออกมาได้แน่นอน ผมศรัทธาในตัวพวกเขา และเด็กๆ ก็แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของพวกเขา ซึ่งมันเจ๋งมากๆ”

ไม่พลาด ทอฟฟี่ตั้งบิ๊กแซม กู้วิกฤต ตามคาดการณ์

แซม อัลลาไดซ์ กุนซือจอมเก๋า ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ เอฟเวอร์ตัน อย่างเป็นทางการ ด้านเจ้าตัวกล่าวภารกิจแรกคือการเรียกความมั่นใจให้กับเหล่านักเตะเพื่อเป็นแรงฮึดในการหนีตกชั้น และกระตุ้นทีมบริหารเซ็นสัญญานักเตะที่มีศักยภาพดั่ง โรเมลู ลูกากู เข้ามา

ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 63 ปี ได้รับความไว้วางใจจาก ฟาร์ฮัด โมชิรี ผู้ถือหุ้นร่วมของ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” โดยยกย่องเจ้าตัวว่านอกจากฝีมือแล้วยังมีความเป็นผู้นำที่ดี อันเป็นคุณสมบัติที่ดีซึ่งจะช่วยปลุกใจให้นักเตะทุกคนมีความฮึกเหิมสำหรับการต่อสู้เพื่อดิ้นรนหนีตกชั้น

ด้านของ “บิ๊กแซม” ก่อนเข้ารับงานนี้ได้มีโอกาสเขียนคอลัมน์ฟุตบอลลงสื่อ โดยกล่าวประหลาดใจยิ่งกับผลงานของทีมซึ่งร่วงหล่นไปอยู่อันดับ 17 ของตาราง ต้องดิ้นหนีตกชั้น โดยเหตุผลหลักคือพวกเขาไม่สามารถหาตัวตายตัวแทนของ ลูกากู ดาวยิงจอมแกร่งที่ย้ายไปฉายแสงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“เอฟเวอร์ตัน อยู่ในช่วงที่เลวร้าย พวกเขาขาดความมั่นใจ ผมแทบยังไม่เห็นชุดที่ดีที่สุดของ เอฟเวอร์ตัน ในสนามเลย และการเซ็นสัญญากับผู้จัดการทีมคนใหม่จะเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่เรียกความเชื่อมั่นเหล่านั้นกลับมา และเมื่อพวกเขามีความมั่นใจก็จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมได้”

“หนึ่งในเหตุผลที่พวกเขาขาดความเชื่อมั่นคือการสูญเสีย โรเมลู ลูกากู ทีมแทบไม่สามารถหาจังหวะจบสกอร์ได้เลย จุดนี้เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข พวกเขาเล่นดีแต่จบสกอร์ไม่ได้ ควรมีการแก้ไขข้อผิดพลาดนี้ และไม่ว่าทีมฟุตบอลใด คุณก็ควรมีคนทำประตูหลัก” อัลลาไดซ์ กล่าว